Tenshinranman Sana's route part 24: 10/21~epilogue

posted on 11 Nov 2009 16:10 by roronor

10/21
     "ทำได้ดีนะ"
     หลังคืนวันงานฉลองหลังงานวัฒนธรรมผ่านไป วันนี้ฮิเมะออกปากชมฮารุกิอีกครั้ง
     "......มั้งนะ"
     "ฮารุกิน่ะน่าไม่อาย แต่ว่า ครั้งนี้ต้องชื่นชม"
     "ขอบใจ"
     "โชคดีจริงๆค่ะ......"

     "แต่ว่านะ......ตัวตนของซานะเป็นปกติแล้วจริงๆเหรอ?"
     "เรื่องนั้น......น่ะเหรอ? ตอนที่ตัดสินว่าเจ้าชนะแล้ว ร่างกายของซานะก็ถูกเติมเต็มความมั่นคงแล้วไม่ใช่รึ?"
     "ร่างกายเป็นยังไงบ้าง ซานะ?"
     "ไม่มีปัญหาสักนิด เลยค่ะ"
     "ชั้นเองก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก......เลยไม่แน่ใจ"
     "หยาบคายจริงนะ รักษาสัญญาอยู่แล้วน่ะ"

     รูริที่ไม่ได้เข้าร่วมบทสนทนาตั้งแต่เมื่อครู่จู่ๆก็พูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและวิธีการพูดที่แปลกไป
     "ห่ะ!!!??? น่ะ ธะ-เธอ อย่าบอกนะ"
     "โย่ะ มาดูผู้มีความสุขทั้งสองว่าเป็นยังไงบ้าง"
     "อย่าผลุบๆโผล่ๆจะได้ไหม ตกใจหมด"
     "จะว่าไปชั้นคนนี้แพ้เนี่ยนะ ตกใจหมดเลย"
     "ยังไงก็เถอะ เพราะว่าชนะเกมแล้ว เท่านี้ซานะก็ปลอดภัยแล้วใช่ไหม?"
     "เปล่า นั่นน่ะยังหรอก"
     "เห? ยะ-อย่างนั้นเหรอคะ?"
     "อะไรอีกล่ะ? เมื่อกี้เธอบอกว่าแพ้ออกมาเองไม่ใช่เรอะ?"
     "ไม่หรอก เรื่องนั้นน่ะก็ใช่อยู่......แต่กำลังคิดว่าแบบนี้น่ะดีจริงๆเหรอ น่ะ"
     "หมายความว่าไง? คิดอะไรประหลาดๆขึ้นมาอีกรึ?"
     "อยากให้เลิกพูดจาว่าร้ายคนเขาแบบนี้สักทีนา......หรือก็คือนะ พวกเธอตอนนี้ มีสิทธิ์รับปาฎิหาริย์ครั้งเดียว"
     "ก็บอกให้ ช่วยซานะ--"
     "ยกตัวอย่างเช่นให้ปาฏิหาริย์นั้น จะยกเลิกโทษทัณฑ์ของเธอยังไงล่ะ"
     "เห? ยะ-ยกเลิกโทษทัณฑ์......ของพี่?"
     "แปลว่า ไม่เกี่ยวกับผลการทดสอบของเรา งั้นรึ?"
     "ตามที่ว่านั่นแหละ แล้ว เอายังไง? ทำให้โชคร้ายของเธอหายไป หรือรั้งน้องสาวเอาไว้บนโลกนี้ จะเลือกทางไหน"
     "ถามแปลกๆ ก็ต้องซานะอยู่แล้ว เธอจะบ้าเรอะ"
     เทพเจ้าระดับหัวหน้าของฮิเมะยื่นทางเลือกใหม่ให้ฮารุกิ แต่ทางเลือกนั้นไม่มีค่าอะไรเลยจนไม่ต้องใช้เวลาแม้แต่จะคิดหาคำตอบที่เหมาะสม กลับกันทำให้เจ้าตัวอารมณ์เสียวีนขึ้นมาโดยไม่สนฐานะของอีกฝ่าย
     "มาเสนอเรื่องพรรค์นี้เอาป่านนี้คิดอะไรอยู่หา?"
     "พะ-พี่ พูดอะไรน่ะค่ะ ก็แบบ......แบบว่า......อุตส่าห์"
     "นี่!"
     "ง่าา!? ทะ-ทำอะไรน่ะคะ พี่!!"

     ตอนนี้ฮารุกิฉุนขาดใครแหย่เป็นต้องโดนแม้แต่น้องสาวก็ไม่รอด
     "เธอน่ะ ไม่ได้ฟังที่ชั้นเคยพูดไว้หรือไงหา"
     "แต่ว่า......"
     "ไม่มีแต่"
     "ยะ-ยังไงก็......"
     "ไม่ยังไงด้วย หรือว่า......ต้องเจอลงโทษหนักกว่านี้"
     "พะ-พี่ หัวรุนแรงค่ะ"
     "ไม่เห็นเป็นไร ก็ชั้นเป็นพี่นี่นา"
     "ไม่ใช่เหตุผลสักหน่อยเลยค่ะ......"
     "ถ้างั้น จะให้ว่ายังไง?"
     "เพราะเป็นพี่น้อง เพื่อน้อง......เพื่อหญิงอันเป็นที่รัก ถึงจะเจอกับโชคร้ายก็ไม่เกี่ยง"
     "เมื่อวานเอง ก็บอกแล้วนี่? เพราะงั้นความรู้สึกของชั้นยังไงก็ไม่เปลี่ยน ที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่ชั้น ซานะ เธอต่างหาก"
     "ปล่อยโทษทัณฑ์เอาไว้แบบนั้น......หรือก็คือ กลับไปก่อนที่อุโนฮานะจะมาใช่ไหม?"
     "มั้ง ก็คงแบบนั้นแหละ"
     "ถ้างั้น ก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นแบบนั้น ก็แค่เหมือนปกติ"
     "พี่คะ นั่นน่ะพูดว่าปกติได้ซะที่ไหนล่ะคะ"
     "สำหรับชั้นมันปกตินี่ ก็เหมือนกับที่ผ่านมานั่นแหละ"
     "แต่ว่า โอกาสแบบนี้ อาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้นะคะ?"
     "โอกาสอะไรหา? โอกาสที่ทำลายความสุขด้วยมือของตัวเองเรอะ? เธอเนี่ยนะ ซานะ......ไม่อยากกลับไปอยู่คนเดียวใช่ไหม?"
     "ก็จริงแต่ ก็จริงอยู่แต่ว่า......"
     "ซานะไม่อยากอยู่กับชั้นหรือไง?"
     เพื่อไม่ให้เถียงได้พี่ชายจึงต้องใช้ไม้ตายและตามคาดว่าได้ผลชะงัด
     "อยาก......ค่ะ"

     "ไม่อยากอยู่กับตัวซวยอย่างชั้นรึ?"
     "ไม่ใช่ไม่อยากค่ะ ไม่ได้ ไม่อยากเลยสักนิด พี่คือพี่ค่ะ อยากอยู่ด้วยกันตลอดไปค่ะ"
     เป็นบทสนทนาแบบชักนำ ฮารุกิรู้อยู่แล้วว่าน้องสาวคิดอย่างไรแต่ที่จงใจถามเพื่อบังคับให้เจ้าตัวพูดออกมาจากปากของตัวเอง
     "ถ้างั้น ก็ดีแล้วใช่ไหม ตกลงแล้วนะ ตัดสินแล้ว"
     เพื่อไม่ให้มีข้ออ้างใดๆกับข้อสรุปนี้อีก
     "ดีแล้วจริงๆเหรอ? อุโนฮานะอาจจะสอบตกก็ได้? แบบนั้นเธอก็จะ อยู่กับโชคร้ายไปนะ"
     "ดึงดันจริง-นะ ก็อธิบายไปตั้งหลายครั้งแล้ว ชั้นเลือกซานะ โชคร้ายน่ะต้องแก้ไขด้วยกำลังของตัวเอง เพราะงั้นตัดสินได้แล้ว"
     "หื-ม"

     เมื่อได้ฟังคำยืนยันที่ปราศจากความลังเลเทพเจ้าก็ยิ้มอย่างพอใจแล้วหันไปถามฮิเมะ
     "ว่างั้นแหละ แล้วเธอล่ะยอมรับไหม?"
     "หืม? เรื่องนั้นน่ะ ฮารุกิกับซานะตัดสินใจแล้วใช่ไหม เรื่องลังเลน่ะช่างเถอะ เรื่องที่ตัดสินแล้วพูดไปก็ไม่ได้อะไรหรอก"
     "พูดให้ถูก เราลังเลตอนที่ซานะเลือกรับการทดสอบมากกว่าน่ะนะ"
     "อุโนฮานะ เธอ......"
     "ถ้าหาก ฮารุกิรักตัวเองเลือกที่จะปลดโชคร้ายล่ะก็ คงผิดหวังจริงๆ ที่ทำให้เรื่องที่พูดบนดาดฟ้าเป็นเรื่องโกหก"
     "ดาดฟ้า?"
     "อะไรกัน ยังไม่ได้บอกเหรออีกเหรอ? เท่ห์เอาเรื่องเลยล่ะ "ความสุขต้องคว้ามาด้วยมือของตัวเอง--""
     "ว้า-ก-!! ช่างมันเถอะ อย่าพูดออกมานะ!!"
     "ก็ เหมาะแล้วนี่นาซานะเองก็บอกใช่ไหม?"
     "ยังไงก็ช่าง!! มันใช่เรื่องที่เอามาพูดตรงนี้ซะที่ไหนเล่า ยายบ้า-!"
     ฮารุกิโดนเทพเจ้าปั่นหัวซะไม่มีชิ้นดี ส่วนฮิเมะเมื่อได้แกล้งฮารุกิจนพอใจก็ยิ้มให้นิดๆ
     "เจ้า......ไม่สิ พวกเจ้าน่ะ ได้เลือกแล้ว เราก็ได้แค่สนับสนุนเท่านั้น"

     "ฮิเมะซัง......"
     "อุโนฮานะ......"
     "ดูเหมือนว่า ที่ส่งเด็กคนนี้มาหาพวกเธอเนี่ย นับว่าเลือกไม่ผิดสินะ"
     "......อะไรเล่า จู่ๆก็"
     "เอาล่ะ สอบผ่าน!"
     "......สอบผ่าน? คือว่า เรื่องอะไรเหรอคะ?"
     ซานะที่งงๆพูดออกมาด้วยเสียงตลกๆเนื่องจากไม่เข้าใจความหมาย
     "ถ้าหาก เพื่อทีจะเอาตัวรอด จึงเสียสละน้องสาวล่ะก็ คิดว่าจะเพิ่มโชคร้ายให้เป็นสองเท่าซะเลย"
     "นี่สรุปว่าพูดลองใจเรอะ เธอนี่มัน!!"
     ดูเหมือนเทพเจ้าจะชอบปั่นหัวมนุษย์เป็นงานอดิเรก
     "นี่คือการทดสอบอีกครั้ง เพื่อยืนยันในสิ่งที่เธอเลือกยังไงล่ะ"
     "แล้วเธอก็เลือก เลือกน้องสาว เลือกผู้ที่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้น จึงสอบผ่าน"
     "......งั้นก็แปลว่า......ผลของปาฏิหาริย์"
     "ไม่ต้องห่วง คราวนี้ตัวตนของ "มิตามาบิโตะ" ตรงนั้นเสถียรจริงๆแล้ว ถ้าไม่เจออุบัติเหตุที่เหนือคาด ก็สามารถอยู่แบบนี้ต่อไปได้"
     "จะ-จริงเหรอคะ!? สำเร็จ ทำได้แล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ พี่"
     "ไม่หรอก ไม่ต้องขอบคุณอะไรก็ได้......"
     "ยินดีด้วยนะ ทั้งสองคน"
     "อา นั่นสินะ"
     "ค่ะ ขอบคุณฮิเมะซังด้วยค่ะ"
     "เอาล่ะ เท่านี้ก็หมดธุระแล้วสิ กลับเลยดีไหมนะ จากนี้ก็มีเรื่องยุ่งหลายอย่างด้วย"
     "ถ้ายุ่งล่ะก็ ไม่เห็นต้องลองใจกันเลย บอกมาตรงๆก็ได้แท้ๆ......"
     "เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น เรื่องนี้ก็ส่วนเรื่องนี้ อีกอย่าง เธอเองไปว่าคนอื่นระวังจะเข้าตัวเองล่ะ"
     "อา นั่นน่ะใช่เลย"
     "ว่าไงนะ!? ฮารุกิ ไปสนับสนุนยายนี่น่ะหมายความว่าไงหา!?"

     เป็นภาพที่หาดูได้ยากเนื่องจากนานๆทีจะได้เห็นฮารุกิเป็นฝ่ายทำฮิเมะไฟลน
     "เปล่า โทษที หลุดปากพูดเรื่องจริง"
     "หา!?"

     ฮิเมะตาขวางใส่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
     "เปล่าๆ ก็บอกว่าขอโทษไง"
     "เอ้าๆ เอาเป็นว่าพอแค่นี้ ถ้างั้นก็ได้เวลากลับแล้ว......อะ จริงสิ เธอเองก็รีบๆกลับได้แล้ว"
     "......หา?"
     "หา? ซะที่ไหน บอกให้รีบๆกลับจากที่นี่ จากแผ่นดินนี้ไง"
     "ตะ-แต่ว่าเรายังทดสอบไม่......"
     "ก็บอกไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้วใช่ไหม? ว่าสอบผ่านน่ะ"
     "นะ-นั่นน่ะ ของฮารุกิกับซานะไม่ใช่เหรอ?"
     "หมายถึงทางนั้น และหมายถึงเธอด้วย"
     "หมายความว่า อุโนฮานะจะได้เป็นเทพเจ้าแล้วเหรอ?"
     "ทำได้แล้วนะคะ ฮิเมะซัง"
     "อะ-อ้า......นั่นสินะ......"
     เจ้าตัวยังมึนๆอยู่เหมือนกับซานะเมื่อครู่
     "อะไรล่ะ? หน้าตาเหมือนไม่เข้าใจนะ"
     "เปล่า แต่ว่าทำไมเราถึงสอบผ่านล่ะ"
     "เนื่องจากการทดสอบในครั้งนี้ เป็นการวัดจิตใจของเธอ อีกอย่าง ได้ฟังจากที่ทั้งสองคนพูดเมื่อกี้ ก็เข้าใจถึงการเติบโตแล้ว"
     "เพราะงั้นจึงสอบผ่าน เธอในตอนนี้เป็นเทพเจ้าที่ดีได้แล้วล่ะ คงรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปเหมือนกันใช่ไหม?"
     "อะ-อ่า......คงงั้น......ได้เฝ้ามองฮารุกิมาจนถึงตอนนี้ ได้ฟังคำพูดเมื่อวาน แล้วยังอีกหลายอย่าง"
     "แล้วอย่าลืมซะล่ะ แล้วก็ เมื่อเด็กคนนี้สอบผ่านก็หมายความว่า โทษทัณฑ์ของสายเลือดจิโตเสะก็จะหายไปด้วย ยินดีด้วยนะ"
     "ถ้าอย่างนั้น ก็เท่านี้แหละ"
     เทพเจ้าระดับหัวหน้าของฮิเมะพูดจบแล้วก็จากไปทิ้งผู้รับฟังทั้งสามคนที่ยังอึ้งกินไว้
     "อื๋อ-? ......อะไร จ้องซะขนาดนั้น หน้ารูริมีอะไรติดอยู่งั้นเหรอ?"
     "อ่อ เปล่าไม่ใช่อย่างนั้นหรอก......"
     "ยังกับ เจอใส่เอาๆแล้วก็ชิ่งเลยยังไม่ทันเข้าใจ......"
     "แต่ว่าๆ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือคะ โทษทัณฑ์ของพี่หายไป ฮิเมะซังเองก็ได้เป็นเทพเจ้าอย่างนี้ หนูเองก็......"
     "เรื่องดีๆเต็มไปหมดเลยค่ะ"
     "ท่านพี่ฮิเมะ......อย่างนี้? ไม่ต้องหายไป?"
     "ดูเหมือน จะอย่างนั้นนะ......ให้ตายสิ ชอบล้อเล่นจริงๆ ยายนั่น"
     "......แต่ว่า งั้นรึ......ถ้างั้น เธอก็ต้องกลับไปแล้วสินะ"
     "อ่า จะว่าไป......ก็เป็นอย่างที่ว่าจริงๆด้วยนะคะ......"
     "ทำไมทำหน้ามืดมนอย่างนั้นล่ะ? เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ เป็นผลลัพธ์ตามที่หวังไว้ไม่ใช่หรือ?"

     "แต่ว่า ฮิเมะซัง"
     "เรื่องในคราวนี้ทำให้เราคิดอะไรๆได้หลายอย่าง"
     "ท่านพี่ฮิเมะ?"
     "แม้พวกเราจะต้องออกไปจากที่นี่ แต่ว่า แต่ก็ใช่ว่าความสัมพันธ์จะหมดไป สิ่งที่สำคัญจริงๆน่ะ ไม่ได้ลดลงเลย"
     "......ค่ะ นั่นสินะคะ"
     "......เธอน่ะ นานๆทีก็พูดอะไรดีๆเป็นเหมือนกันนะ"
     ฮิเมะฟังแล้วกลับแสยะยิ้มใส่ฮารุกิ
     "แต่ก็ยังแพ้เจ้าล่ะนะ อาา แค่นึกถึงหน้าอกก็ร้อนผ่าวแล้ว "ความสุขต้องคว้ามาด้วยมือของตัวเอง--""

     "วกมาเรื่องนี้อีกแล้วเรอะ เธอนี่มัน!!"
     ฮารุกิที่พยายามจะแขวะฮิเมะโดนสวนไม่เป็นท่าเรียกว่ารนหาที่
     "คุยอะไรกันน่ะ?"
     "จริงด้วย มาจัดปาร์ตี้กันเถอะ!"
     "ปาร์ตี้? ของกินเหรอ? ของอร่อยๆเยอะเลยเหรอ!?"
     "ค่ะ จะทำให้สุดฝีมือเลย!"
     "นั่นสินะ เรื่องน่ายินดีด้วยสิ เอะอะกันให้เต็มที่เลย!"
     "เอาล่ะ งั้นก็ตกลงกันแล้วนะ!"
     "ถ้าอย่างนั้น เรียกพวกอาโอยซังมาด้วยจัดให้เต็มที่กันเลย"
     "ลำบากแย่เลยนะ แบบนี้"
     "อะไรล่ะ มีเวลาเหลือเฟือ พวกเราเองก็ไม่ได้ รีบกลับเดี๋ยวนี้สักหน่อยนี่นะ"
     "รูริจะช่วยนะ ซานะ"
     "งั้น วันนี้เอาให้สุดยอดไปเลยนะ"
     "ค่ะ"

     รายยิ้มของซานะเปลี่ยนเป็นภาพความทรงจำที่แสดงถึงความสุขในวันนั้น

MUGEN∞MIRAI (PianoVer.): ON
     เวลาผ่านไป ในวันฟ้าใสของฤดูใบไม้ผลิ มีเสียงของคนสามคนดังแว่วมา
     "อะฮ่ะๆ ออกไปเที่ยว"

     "อ๋า รอก่อนสิ ไม่ได้นะ"
     "ร่าเริงก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ"
     "หกล้มขึ้นมาก็แย่สิคะ"
     "ไม่ต้องเป็นห่วงถึงขนาดนั้นหรอกน่า"
     "ถึงจะไม่มีโชคร้ายแล้ว แต่ก็ยังเป็นแผลได้นะคะ พี่น่ะมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วค่ะ"
     "ซานะ ยังเรียก "พี่" อยู่เลยนะ"
     "เอ๊ะ อะ-อ่า......แบบว่า......ฮารุกิ ซัง......"
     "ยังไม่ชินอีกเหรอ?"
     "อือ......ก็แบบ เรียกพี่มาตั้งนานแล้วนี่นา"
     "ช่วยไม่ได้นะ ถ้างั้น--"
     ภาพท้องฟ้าเปลี่ยนมุมเลื่อนลงมาเป็นภาพของพี่ชายกับน้องสาวเดินเคียงข้างกัน
     "เรียกชื่อมายังไม่นานเท่าไหรนี่นา ไม่ต้องรีบร้อนแล้วกัน"

     "............"
     "มีอะไรรึ?"
     เสียงแสดงความสนใจของเด็กคนหนึ่ง
     "นี่- นี่- จะจุ๊บกันเหรอ? จะจุ๊บกันมั้ย?"
     "พะ-พูดอะไรกันน่ะ ไม่ทำหรอก"

     เนื่องจากอยู่ต่อหน้าเด็กจึงไม่มี 'แต่ถ้าพี่ ไม่ว่ายังไงก็ยืนยันแบบนั้น จะให้จูบ......ก็ได้นะคะ' พ่วงมาเช่นที่เคย
     "เดี๋ยว-เถอะ อย่าไปสนใจเรื่องแบบนั้นสิ"
     น้องสาวยังขี้อายเหมือนเดิมทุกอย่างแพ้ทางแม้กระทั้งการแซวเล่นของเด็กตัวเล็กๆจนคนเป็นพี่ต้องเป็นฝ่ายปราบแทน
     "บู่- น่าเบื่อ-"
     "เหมือนใครก็ไม่รู้แฮะ"
     "พี่ไม่ใช่หรือคะ?"
     "เหมือนซานะมากกว่านะ"
     "บู่- ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยค่ะ-"
     "เห็นไหม พูดแบบเดียวกันเป๊ะ"
     "อือ......พี่อะ แต่งงานแล้วก็ยังขี้แกล้งอยู่เลยค่ะ"

     "เธอตั้งแต่เมื่อกี้ก็เรียกพี่มาตลอดเลยนี่นา"
     "......ฮารุกิซังน่ะ ขี้แกล้งค่ะ"
     วิธีแสดงอารมณ์งอนก็ยังเหมือนเดิม
     "แต่ว่า......นานแล้วนะ"
     "นั่นสินะคะ......"
     "โชคร้ายเอง......เหมือนจะหายไปจากตัวชั้น จริงๆด้วยสินะ"
     "ค่ะ เด็กคนนี้เอง ก็ไม่ได้สืบทอดมาด้วย"
     "ถึงเรื่องน่าเศร้า หรือเรื่องน่ายินดี จะเข้ามาไม่ว่างเว้นก็เถอะ คงเป็นเพราะเทพเจ้าจริงๆล่ะนะ"
     "โธ่......พูดแบบนั้นกับเทพเจ้าไม่ดีนะคะ"
     "เผามากๆเข้า เดี๋ยวก็ออกมาโวยเองแหละ?"
     "......นั่นสินะคะ ถ้ามาจริงๆล่ะก็ ก็อยากพาไปเล่นกับเด็กคนนี้ แล้วก็ขอบคุณด้วยนะคะ"
     "พวกเราได้อยู่กันแบบนี้......เพราะความช่วยเหลือจากเทพเจ้านี่นา"
     "นั่นสินะ"
     "นั่นน่ะแน่อยู่แล้วค่ะ ก็เพราะ......หนูน่ะ ได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้ ก็เพราะความช่วยเหลือจากเทพเจ้านี่คะ"
     "นั่นสินะ"
     "ปาป๊า- มาม้า-"
     "มีอะไรเหรอจ๊ะ?"
     "อุโนฮาน่า-กับ รูริเหรอ-?"
     "อื๋ม? พูดเหมือนจะไปก่อนเลยนะ"
     "อื๋อ- ไปเร็วๆเถอะน่า-"
     เด็กคนนั้นเข้ามาแทรกกลางระหว่างซานะและฮารุกิพร้อมกับความมือของทั้งคู่ไว้
     ยูกิเป็นลูกชายของสองพี่น้องคู่นี้ ตาสีม่วงเข้มราวกับรับเอาสีน้ำเงินและสีน้ำตาลแดงของซานะและฮารุกิเอาไว้ แต่สีผมกลับเหลืองทองแสกออกทั้งสองข้างซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซานะล้วนๆ
     ซานะเองเค้าหน้าไม่เปลี่ยนไปเลย แต่ผมที่เคยมัดไว้ทุกครั้งถูกปล่อยให้ยาวเสมอหลังและไม่ได้คาดผมเหมือนแต่ก่อน แม้แต่หน้าอกที่เคยกังวลนักกังวลหนาก็ดูเหมือนจะสมใจตัวเองแล้ว เด็กผู้หญิงที่อยู่กับพี่ชายมาตลอดได้เติบโตเป็นหญิงสาวเต็มตัว
     "นั่นสินะคะ ปล่อยให้พวกฮิเมะซังรอก็ไม่ค่อยดีนะคะ"

     "นั่นสินะ ไปกันเถอะ"
     "นี่- นี่- ทำไมถึงไปศาลจ้าวเหรอ?"
     "ศาลเจ้า น่ะ ศาลเจ้า"
     "ศาลจ้าว-"
     "น่ะ เอาเถอะ"
     "ศาลเจ้าน่ะ มีเพื่อนของป่ะป๊ากับหม่าม้าอยู่น่ะจ่ะ"
     "เพื่อน?"
     "จะว่าไป......เทพเจ้าอาจจะกำลังมองดูอยู่ก็ได้นะ"
     "เทพจ้าว?"
     "อา นานมาแล้-ว เคยช่วยเหลือพวกป่ะป๊าน่ะ"
     "............?"
     "ดูเหมือนยังยากไปนะคะ"
     "นั่นสินะ แต่ว่า......สักวัน ต้องเข้าใจแน่ๆ"
     "อื้ม เข้าใจแล้ว- เพราะงั้นรีบไปกัน-"
     "......ยังไม่เข้าใจสินะ"
     "อิฮิๆ ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่คะ"
     "นั่นสินะ งั้น ไปกันเถอะ"
     "นั่นสินะคะ"
     ฮารุกิเดินไปพลางคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา
     "ตั้งแต่นี้ ตลอดไป......เป็นแบบนี้เรื่อยๆก็ดีนะ"
     "จริงด้วยนะคะ"
     "นี่ ซานะ"
     "ค่ะ อะไรเหรอคะ?"
     "ตอนนี้ มีความสุขไหม?"
     "แน่นอนอยู่แล้วค่ะ หนู ตอนนี้......มีความสุขที่สุดเลยค่ะ"

     วันเวลาผ่านไปแต่บรรยากาศระหว่างสองพี่น้องคู่นี้ไม่ได้แตกต่างจากเมื่อก่อนเลย เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พบกันโดยบังเอิญ อยู่ร่วมกันมาอย่างครอบครัวจนวันหนึ่งกลายเป็นน้องสาวที่หลงรักพี่ชาย สายสัมพันธ์นั้นจึงแข็งแกร่งยิ่งกว่าคู่รักใดๆ จนถึงวันนี้ซานะก็ยังเป็นน้องสาวขี้อายจอมสติแตกที่รักพี่ชายที่สุดอยู่เช่นเดิม